個人檔案Hung's space相片部落格清單更多 工具 說明

Hung's space

มีแฟนแล้วนะคร๊าบบบ...

มาลงชื่อทักทายกันไว้หน่อยนะฮับ ^_^

請稍候...
很抱歉,您輸入的回應過長。請縮短您的回應。
您尚未輸入內容,請再試一次。
很抱歉,目前無法新增您的回應,請稍後再試。
若要新增回應,您的父母必須先給您權限。要求權限
您的家長已關閉回應功能。
很抱歉,目前無法刪除您的回應,請稍後再試。
您已超過每日回應上限次數,請於 24 小時後再試一次。
由於系統顯示您可能傳送垃圾郵件給其他使用者,因此您帳號中的回應功能已遭停用。 如果您認為自己帳號遭錯誤停用,請連絡 Windows Live 支援
請完成下列安全檢查,以完成回應。
您輸入的安全檢查字元必須與圖片或音訊中的字元相符。
TSuree撰寫:
หมั่นใส้คนมีแฟน.....ตาร้อน
12 月 4 日
TSuree撰寫:
หมั่นใส้คนม....อิจฉานะ
12 月 4 日
StaponnJea​b撰寫:
 
โอ๊ะโอ... space พี่หั่ง เปลี่ยนไป !!
 
ดูล้ำยุคเอามากๆ
 
9 月 9 日
Space มึงนี่เริ่มจ๊าบขึ้นทุกขณะ 
9 月 4 日
 
*:..:*..ทักทายจ้า..*:..:*  
8 月 27 日
คำ ๆ นี้ คงไม่ต้องอธิบายแล้วมั๊ง
เป็นที่ไม่กี่แห่งที่อยู่แล้วมีความสุขเสมอ
第 1 張 / 共 6 張
27 December

มีหลานแล้วคร๊าบบบ...

ตอนนี้หั่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็น ตั่วกู๋แล้วละ เพราะว่าพี่สาวหั่งเพิ่งคลอดลูกเอง...คลอดวันคริสต์มาสด้วยแหละ ชื่อน้อง Otto (อ่านว่า อ๊อตโต้) น่ารักมากๆ เลย หน้าเหมือนพี่สาวหั่งเป๊ะ อิอิ
 
จะบอกว่าเป็นคนขับรถพาพี่สาวไปคลอดด้วย แบบว่าเกิดมาไม่เคยตื่นเต้นและรีบขนาดนี้มาก่อน เพิ่งรู้ว่าการขับรถโดยเหยียบคันเร่งมิดตลอดเวลาเป็นยังไงอะ ประมาณว่าเกือบตายไปประมาณสามสิบรอบได้ คือตอนนั้นคิดแต่จะไปส่งให้ทัน รถจะเบียดก็เบียด ไม่สนแล้ว แต่โชคยังดีที่ไม่มีรอยขีดข่วนเลย...แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นสิครับพี่น้อง..เพราะพี่สาวหั่งคลอดในรถ!!! คือปวดท้องตอนบ่ายสอง โทรมาบอกหั่งตอนบ่ายสองยี่สิบ เพราะทุกคนที่มีรถไม่อยู่แถวนี้เลย(ป๊าอยู่ประตูน้ำ แฟนเค้าอยู่บางปะกง) หั่งไปธุระแถวออฟฟิศเลยรีบบึ่งไปหาตอนบ่ายสองครึ่ง ขับรถกันแบบสุดชีวิต และคุณพี่สาวหั่ง..คลอดตอนบ่ายสามอะ ไปคลอดเอาหน้าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์พอดี(ใครจะเชื่อว่าวิ่งจากนนทบุรีไปบำรุงราษฎร์ใช้เวลาแค่ยี่สิบนาที) หมอกับนางพยาบาลเข้ามาช่วยกันให้วุ่นไปหมดอะ ก็โชคดีครับที่ปลอดภัยกันทั้งแม่และลูก แข็งแรงดีทั้งคู่เลย พอส่งพี่สาวเสร็จ..ก็เล่นเอาเข่าอ่อนไปตามๆ กัน หลังจากนั้นบรรดาคนในครอบครัวก็ตามมาจากทั่วสารทิศ ทั้งครอบครัวหั่งและของพี่เจน(แฟนเจ๊บุ๊ง) พอเห็นหลานน่ารักแข็งแรงเท่านั้นแหละ ยิ้มแป้นไปตามๆ กัน ยืนดูหลานกันอยู่ตั้งเกือบสามชั่วโมงถึงจะย้ายขึ้นไปนั่งบนห้องพักกันอะ
 
เจอเรื่องนี้เข้าไป รู้สึกเลยครับว่าครอบครัวเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นช่วงนึงในชีวิตที่คงจะลืมไม่ลง(และก็ไม่อยากจะลืมด้วย) ยังไงก็ขอให้คุณแม่สุขภาพแข็งแรงขึ้นไวๆ และขอให้น้อง Otto โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคมนะคร๊าบบบ...
4 December

มีแฟนแล้วนะครับ พี่น้อง

ก็อย่างที่บอกแหละครับ
 
ตอนนี้หั่งมีแฟนแล้วนะครับ ^_^
 
จบข่าว...อิอิ
15 October

เกรดออกมาอีกตัวแล้วคร๊าบบบ

ตอนนี้เกรดเพิ่งจะออกอีกตัวนึงเองอะ หลังจากที่ OB เราเก็บ A มาเป็นที่เรียบร้อย(ที่เกรดตัวนี้ออกก่อนเพราะเรียนแค่ครึ่งเทอมแรก) หลังจากนั้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกรด HR ก็ออกแล้วคับพี่น้อง(เป็นตัวที่เรียนครึ่งเทอมหลังต่อจาก OB) ซึ่งหลายๆ คนก็คาดว่าหั่งน่าจะได้ A (เนื่องจากหั่งเรียนจิตวิทยามา) แต่หั่งก็กะไว้อยู่แล้วแหละว่าตัวนี้คงไม่ได้เอหรอก มันรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนออกจากห้องสอบอะ และแล้วก็เป็นดังคาดจิงๆ คือได้ B+ มาคับพี่น้อง อ่อ สำหรับคนที่ไม่รู้ คือเกรดของป.โท ของธรรมศาสตร์เนี่ย จะไม่เหมือนป.ตรีอะ คือป.โทจะมี A A- B+ B B- ประมาณนี้ ซึ่ง B+ ก็เท่ากับเกรด 3.33 นั่นเอง
 
จิงๆ ตัวนี้หั่งก็อยากได้ A นะ เพราะว่าหลายๆ อย่างก็คล้ายกับที่เรียนมา แต่พอเรียนไปได้ซักพัก ทำงานกลุ่มส่งไปได้สองสามชิ้น ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าวิชานี้โอกาสน้อยมากอะ เพราะว่าระบบความคิดของคนที่เรียนจิตวิทยามา กับระบบความคิดในการตอบข้อสอบของอ.เนี่ย มันคนละเรื่องกันเลย
 
คือถ้าตอนเรียนจิตวิทยามาเนี่ย...การวิเคราะห์ Case study ซักตัวนึง เราจะมองถึงสาเหตุ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาในจุดที่น่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด เพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาแบบครอบจักรวาลได้(ซึ่งในความเป็นจริงก็ทำไม่ได้) แต่พอมาเรียน HR เนี่ย อ.เค้าประมาณว่า ให้เรามองว่าจะเกิดปัญหาจากส่วนใดได้บ้าง แล้วให้ list ออกมาให้หมด คือใครตอบครอบคลุมมากกว่าก็จะได้คะแนนมากกว่า ซึ่งในมุมมองของหั่ง หั่งว่ามันไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องนัก เพราะถ้าทำแบบนี้ ก็วัดกันแค่ว่า ใครจำได้มากกว่า ก็เอามาตอบ หาทางเชื่อมให้เจอเท่านั้นก็พอ ไม่ใช่การวิเคราะห์เลยอะ ซึ่งตรงนี้ก็จะส่งผลให้ คุณรู้แหละว่าปัญหาอาจจะเกิดจากตรงไหนได้บ้าง(แบบคร่าวๆ เพราะตอนเรียนก็ไม่ได้ลงลึก) แต่การที่เราแค่รู้ว่าอาจจะเกิดจากจุดไหนแบบครอบจักรวาล คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงละ และคุณจะเลือกแก้ไขปัญหาอย่างไรจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ก็ทำไม่ได้อยู่ดีอะ หั่งเลยมองว่า มันเป็นการตอบที่ดีที่สุดจริงหรือ และด้วยความดื้อแบบไม่เข้าเรื่อง ตอนสอบก็ตอบไปแบบที่ตัวเองคิดเนี่ยแหละ คือวิเคราะห์หาจุดที่เป็นไปได้มากที่สุด แล้วก็ตอบไปตามนั้น
 
ซึ่งเกรดที่ออกมา ก็โอเคอะ ไม่ผิดหวังอะไรมากมาย เพราะหั่งก็ตอบบางส่วนให้สอดคล้องกับที่เค้าต้องการเท่าที่จะทำได้อะนะ
 
ตอนนี้ก็รอเกรดอีกสองตัว ซึ่งคาดว่าก็คงจะไม่ดีอะไรมาก
 
econ คะแนนมิดเทอมห่วยไปหน่อย แถมปลายภาคก็ทำได้กันถ้วนหน้า คาดว่าเกรดก็คงเรียงตามคะแนนมิดเทอมนั่นแล
logistic อันนี้ไม่ต้องคิดเลย ทำไม่ค่อยได้ ไม่ชอบ ไม่ถนัด ขอแค่ B ให้มันผ่านก็ดีใจแล้ว
 
ไว้จะมาอัฟเดทข่าวคราวอีกทีเมื่อเกรดสองตัวนี้ออกนะขอรับ ^_^
 
ป.ล. สำหรับคนที่ไม่รู้ OB = Organizational Behavior, HR = Human Resources
2 October

MBA Sport day 2007

และแล้วก็ผ่านพ้นไป สำหรับงานกีฬาสีของ MBA ธรรมศาสตร์ ที่เต็มไปด้วยความประทับใจอันมากมายหลายหลาก จนต้องเอามาเล่าให้ฟังกันถึงความบ้าของเด็กป.โท(คาดว่าคงเก็บกดมาจากการเรียนอันสุดโหดที่ผ่านมา 555)
 
ก็เริ่มกันตั้งแต่ช่วงเตรียมงานก่อนแล้วกัน ของส่วนกลางเนี่ย ไม่ค่อยรู้อะ แบบว่าช่วงนั้นมันค่อนข้างยุ่งนิดหน่อย เลยได้แต่ทำงานส่วนของสีตัวเองอะ(หั่งอยู่สีเขียวนะคับ) ส่วนงานหลักที่ทำนั้น...ก็เป็นลีดครับพี่น้อง โดยการคัดเลือกลีดนั้นเป็นไปด้วยความเข้มข้น คือ ใครที่มาประชุมในวันนั้น ก็โดนจับเป็นลีดหมด 555 ก็มี หั่ง แจ๊ค บู้ ต้า เปิ้ล พี่เพชร ฮุ้ง บัว และดาว โดยแยกเป็นชุดลีดสวย คือ บัว ดาว ฮุ้ง และที่เหลือเป็นชุดลีดทุเรศอะนะ
 
การแสดงก็เป็นชุดลีดสวยเต้นเพลง สีเขียวน่ารัก(ทำนองจุฬาน่ารักอะ) และชุดลีดทุเรศเต้นเพลง ซ้าย ซ้าย ซ้าย ขวา ซ้าย อะ(ไม่เคยรู้ชื่อเพลงนี้ซักที) แล้วก็มีท่าจบสวยๆ กันนิดนึง ก็สนุกกันตั้งแต่ตอนซ้อม เพราะมันเปลี่ยนท่ากันหลายรอบมาก ประมาณว่าซ้อมสี่ครั้ง เปลี่ยนท่าสามรอบ เล่นเอางงไปตามๆ กัน
 
สำหรับงานครั้งนี้ ก็มีเพื่อนต่อมาช่วยเป็นมือกลองจำเป็น เนื่องจากสีเขียวมีคนตีกลองเป็นแค่คนเดียว กลัวว่าจะตายซะก่อนอะนะ ยังไงก็ขอบคุณเพื่อนต่อด้วยนะฮับ
 
งานกีฬาสีครั้งนี้ ก็มีกีฬาหลักๆ อยู่สองอย่าง คือฟุตซอล กับแชร์บอล ที่เหลือเป็นเกมอีก 6 เกม คือ วิ่งเปรี้ยวมะเขือฮาวาย(คงพอนึกภาพกันออก) กระต่ายชิงบอล(รวมกระต่ายกับลิงชิงบอลไว้ด้วยกัน) ชักเย่อ กระดาษสยิว(Advance มาจากเก้าอี้ดนตรีอีกที) กินลำเค็ญ(มันโหดกว่ากินวิบากจนต้องเปลี่ยนชื่อเป็นกินลำเค็ญอะ) และเป้าแตกแยกทาง(เป็นเกมยิงปืนฉีดน้ำให้เป้ากระดาษของอีกฝ่ายขาด)
 
โดยสีเขียวอันแข็งแกร่งของเรานั้น ชนะไปถึง....1 เกม นั่นคือ กระต่ายชิงบอลนั่นเอง 555 ส่งผลให้ได้ที่โหล่ด้านกีฬากันตามระเบียบ
 
ส่วนด้านลีดนั้นได้ที่ 3 อันนี้ก็ดีกว่าที่คิดไว้นิดนึง เพราะพวกเสื้อผ้าก็เป็นสีเดียวที่แทบไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ท่าก็ได้กันก่อนงานไม่นาน และไม่ได้ซ้อมกันแบบครบทุกคนเลยแม้แต่ครั้งเดียวด้วยอะ แต่งานก็ออกมาดีกว่าที่คิด และทุกคนก็สนุกกับการเป็นลีด เท่านี้ก็พอแล้วแหละ แถมยังได้ผลพลอยได้คือ สมาชิกแก๊งค์ลีดของพวกเราได้ปลดปล่อยความอายหายไปหมด และก็ทำให้สีเขียวเล่นเต้นกันอย่างเมามันในช่วงบ่าย(ส่วนนึงเพราะไม่มีนักกีฬาเข้าชิงตอนบ่ายแล้วอะ เลยไม่รู้จะนั่งดูกีฬากันทำไม 555)
 
ตลอดทั้งวันก็ผลัดกันมามีสีสันกันทีละสี แบ่งๆ กันไป โดยสีเขียวของเราก็จะมีปี๊ดสุดก็ช่วงบ่าย(อย่างที่บอก ไม่มีอะไรให้เชียร์ เลยเล่นกันเอง) จนซักพัก เลือดลีดตลกมันพลุ่งพล่าน เล่นแจวกับสีตัวเองอยู่ดีๆ ก็ไปคว้าไมค์มาเล่นกับทั้งสี่สีซะงั้น แต่ก็มันดีอะ เล่นเอาเสียงหายเลย อิอิ
 
หลังจากจบงานแล้วก็ไปเก็บของ กินข้าวกันที่กุ้งเต้น ก็เฮฮากันจนเรียกว่าโหวกเหวกจะดีกว่า 555 คือเสียงดังมากจนมีคนขอย้ายโต๊ะหนีพวกเราไปเลยอะ และเนื่องจากแต่ละคนหิวซะจนตาลาย กลายเป็นสงครามแย่งชิงอาหาร คือใครสั่งมาไม่รู้ มาลงโต๊ะกูก่อนแล้วกัน ประมาณนั้น 555 ก็สนุกสนานกันไปจนกลับไปตายกันที่บ้าน
 
พอวันต่อมาก็พบว่า เดี้ยงกันเป็นทิวแถว ลางานกันไปหลายคน ส่วนหั่งก็มีอาการบาดเจ็บตามนี้อะ
 
ปวดเท้า...เนื่องจากไม่ได้นั่งเลยทั้งวัน
ปวดต้นขา...เพราะต้องปีนขึ้นลงสแตนด์ประมาณสามร้อยรอบ
หัวเข่าขวาช้ำ...ผลพวงจากการเล่นกระต่ายชิงบอล
ปวดกล้ามเนื้อหลัง...เนื่องจากชักเย่อ
ปวดกล้ามเนื้อไหล่...จากการแบกของและถือโทรโข่ง
ปวดกล้ามเนื้อแขน...อันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร คาดว่าเป็นเพราะชักเย่อ ผสมแบกของ
เป็นแผลที่แขน...เนื่องจากโดนเชือกชักเย่อบาด
ปวดกล้ามเนื้อหน้าท้อง...เนื่องจากตะเบ็งเสียงกันแบบไม่บันยะบันยัง
เจ็บคอจนแทบไม่มีเสียง...เพราะดันไปนำเชียร์แบบไม่ดูสังขารตัวเอง
 
ที่เหลือเป็นอาการประปราย เลยขอไม่กล่าวถึง ณ ที่นี้ ^_^
 
ถึงแม้จะเดี้ยงกันขนาดนี้ แต่ทุกคนก็สนุกสนานกันจนลืมไปเลยว่าตัวเองบาดเจ็บกันอยู่ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่ากิจกรรมของเด็กป.โทจะสนุกกันได้ขนาดนี้อะ ขอบคุณทุกๆ คนที่ทำให้งานนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดีนะคร๊าบบ ^_^
 
อ่อ รูปตอนนี้กำลังรวบรวมอยู่ ไว้จะเอามาให้ดูกันอีกทีนะฮับ ^o^
 
 
 
22 September

อาทิตย์หน้าก็กีฬาสีแล้วคับพี่น้องง...

เมื่อวานเพิ่งจะไปประชุมสีเขียวกันมาละ คนมากันไม่เยอะมาก แต่ก็พอจะประชุมกันได้อะนะ
 
ก็มีการวางตัวคนเข้าแข่งแต่ละงาน อันนี้เล่นเอาฮากันพอสมควร เพราะก็เหมือนเปิดรูปมาดูหน้ากันแล้วจับยัดเลย 555
 
งานนี้มีอะไรต้องเตรียมการมากมายอะ ไม่ว่าจะเรื่องเชียร์ เรื่องลีด เรื่องการจัดนักกีฬา แถมกีฬาบางอย่างก็ยังต้องวางกลยุทธ์กันอีกต่างหาก(เวอร์มะ) ท่าทางงานนี้คงเตรียมกันเหนื่อย แถมบวกด้วยเวลาที่แสนจะน้อยนิด เพราะว่างานจะจัดอาทิตย์หน้าแล้วอะ เทียบกับงานตอนนี้ที่คืบหน้าเพียง 10 % แล้วนี่...เอ่อ...น่ากลุ้มใจอยู่เล็กน้อยอะนะ แต่ก็หวังใจในศักยภาพของหนุ่มสาวไฟแรงแห่ง MBA ธรรมศาสตร์ คาดว่าคงทำได้เสร็จทันอะ
 
งานนี้เรามีการทำเพื่อการกุศลด้วยนะคับ เพราะมีการทำของมาขาย และเอารายได้ทั้งหมดไปบริจาค คาดว่าคงเป็นที่บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อนที่รามอินทราอะ เป็นงานกีฬาที่อิ่มบุญกันเสียนี่กระไร อิอิ
 
 
ไว้จะเก็บรูปมาฝาก เพราะกีฬาแต่ละอย่างนี้ แค่ชื่อก็ฮาแล้วอะ เช่น เกมเป้าแตกแยกทาง วิ่งเปรี้ยวมะเขือฮาวาย กระดาษสยิว เป็นต้น
 
ครายอยากแอบมาดูก็ได้นะ จัดที่โรงยิมที่ท่าพระจันทร์เนี่ยแหละ วันที่ 30 อะ(แต่อาจจะไม่ให้เข้า...เพราะอาย 555)
17 September

สอบเสร็จแล้วคร๊าบบบ

ในที่สุด ชีวิตของการสอบก็ได้หมดลงไปแล้วนะครับพี่น้องง... เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน เพราะสอบใกล้ๆกันอะ เลยแทบจะไม่มีเวลาอ่านกันเลยทีเดียว เริ่มต้นวิชาแรก Logistic ก็เล่นเอากระอักกันเลยทีเดียว แบบว่าข้อสอบเยอะมากอะ ก็ทำกันแทบไม่ทัน แถมบางข้อยังเจอคำถามแบบว่า...ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อ.ถามเนี่ย อยู่ในส่วนไหนของการเรียนเลยว่างั้น ก็นะทำกันแบบมึนๆ ออกจากห้องสอบกันแบบมึนๆ ก็คิดในแง่ดีไว้ครับ คนส่วนใหญ่ก็ทำไม่ค่อยได้กัน(ระดับเทพ เราขอไม่พูดถึง)
 
ตามติดมาด้วยวิชา Managerial Economic อันนี้ก็ดีหน่อยครับ อ.ออกข้อสอบไม่ยาก คือประมาณว่าทุกคนก็ทำกันได้หมด พอคุยไปคุยมาก็เลยคิดกันว่า เอ๊ะ...อย่างนี้เกรดเผลอๆ ก็เรียงตามคะแนนมิดเทอมได้เลยนะเนี่ย เพราะคะแนนเก็บก็พอกันทั้งห้อง Final ก็ทำได้กันถ้วนหน้าอีกต่างหาก แต่ก็ดีครับ อย่างน้อยก็ทำได้อะนะ 555
 
อันสุดท้ายเนี่ย เป็นวิชา Human Resources Managerment ซึ่งเพื่อนๆ ที่เรียนคาดว่าหั่งจะเป็นตัวเก็ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็ทำ OB ไว้ดีคับ แต่เอ่อ...คือ OB(Organizational Behavior) เนี่ย เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตวิทยาค่อนข้างเยอะ เลยทำได้อะ แต่อันนี้มะค่อยเกี่ยวกันเท่าไหร่ แถมเจอปัญหาหนักหน่วง คืออ่านหนังสือไม่ทันอย่างแรง..แถมมีชีทบางตัวลืมอ่านอีกต่างหาก คือมาอ่านตอนหนึ่งชั่วโมงก่อนสอบกันเลยทีเดียว เป็นการสอบที่ชุกละหุกมากๆ อะ และข้อสอบก็เขียนกันกระจาย เล่นเอาปากกาหมึกหมดกันเลยทีเดียว คืออารมณ์มันประมาณว่า เขียนตอบได้ แต่ว่าไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คาดว่าตอบไม่ครบตามประเด็นที่อ.ต้องการอยู่หลายข้ออะ แต่ก็นะ คิดซะว่าสอบเสร็จก็ดีแล้ว 555
 
ส่วนเมื่อวานนี้ก็ไปประชุมเรื่องกีฬาสีกันมาครับ คือวันที่ 30 กันยานี้ MBA ของเราจะจัดงานกีฬาสีกันที่ท่าพระจันทร์เนี่ยแหละ ก็อยู่ในช่วงเตรียงานกันครับ ท่าทางก็จะเหนื่อยเอาการอยู่ เพราะเวลามีน้อยแล้วอะคับ ตอนนี้คงต้องรีบหาตัวนักกีฬาในสี เชียร์ลีดเดอร์ ฯลฯ แต่เราได้คนตีกลองแล้วครับ นั่นคือเพื่อนต่อของกระผมเอง แอบมีการยืมตัวกันเล็กน้อย เพราะว่าคนตีกลองมันมะมีอะคับ แต่ก็มะเป็นไร เพราะยังไงต่อมานก็จะมาเป็น MBA ในปีหน้าอยู่แล้ว ขอแอบใช้งานก่อนละกัน ^_^
 
สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่สอบกัน(ป.ตรีเห็นว่าสอบเดือนตุลา) ก็ขอให้โชคดีในการสอบนะจ๊ะ อย่าทำตัวอ่านหนังสือไม่ทันเหมือนพี่นะ 555
8 September

ชีวิตเริ่มจะวุ่นวายอีกแล้วครับพี่น้อง...

ก่อนเข้าสู่ความวุ่นวาย ขอพูดถึงเรื่องดีๆ ก่อนละกัน คือหั่งได้ TU-GET  590 คะแนนแหละ นั่นหมายถึงว่าหั่งคะแนนผ่านแล้ว และก็ไม่ต้องลงเรียนภาษาอังกฤษ 2 ตัวอะ(ซึ่งตีเป็นเงินก็ หมื่นกว่าบาทอะ)
 
เข้าเรื่องเลยละกัน คือเรื่องของเรื่องเนี่ย....หั่งจะสอบแล้วคร๊าบบพี่น้อง -_-!
 
ตารางสอบแบบว่าแน่นมาก คือสอบวันที่ 12เย็น  14เย็น และ 15เช้า ซึ่งที่มันหนักที่สุดคือ สอบเสร็จวันที่ 14 ตอนสามทุ่ม และมีสอบอีกทีเช้าวันต่อมาเนี่ยแหละ และที่สำคัญครับ ยังไม่ได้อ่านหนังสือแม้แต่ตัวเดียว(ถ้าไม่นับปกอะนะ) และตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่..เอ่อ...สี่วันเท่านั้น(นี่นับคืนนี้แล้วนะเนี่ย) และพรุ่งนี้ต้องไปเรียน + present งานอีก ซึ่งก็ทำให้หมดเวลาไปอีกหนึ่งวัน และวันที่เหลือนั้นก็ต้องทำงานช่วงกลางวัน ทำให้เหลือเวลาอ่านจริงๆ แค่...สองคืนเท่านั้น คือ คืนวันนี้ และคืนวันอังคาร (อีกสองคืนจะนัดติวกันอะ กะว่าจะไปติวแบบไม่มีความรู้ 555)
 
ขอปิดท้ายด้วยข่าวดีอีกข่าวละกัน คือแนนเล็กจะแต่งงานแล้วคร๊าบบบ เป็นเพื่อนคนที่ 4 ที่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้วอะ ^_^ ยินดีด้วยนะจ๊ะ
4 September

วันซ้อมรับปริญญา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หั่งกับก้อยแอบดอดไปงานซ้อมรับปริญญาของธรรมศาสตร์มา ออกจากบ้านกันประมาณ 9 โมง ไปรับแกม(เพื่อนก้อย) แล้วก็ไปถึงธรรมศาสตร์กันประมาณ 10 โมงได้ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป เพราะแต่ละคนแบบว่ามีจุดหมายกันคนละมุมของมหาลัยกันเลยทีเดียว หั่งก็ก็แน่นอนคับ ไปเจอเพื่อนต่อก่อน ก็เดินไปหามันที่ JC เพราะต่ออยู่กับน้องชาร์ม ระหว่างเดินไปก็เจอบัณฑิตคนแรก นั่นก็คือ เพื่อนเอก...แอบตกใจเล็กน้อยถึงปานกลาง คือลืมไปแล้วว่ามันจบปีนี้ 555 ก็ทักทายถ่ายรูปกันนิดหน่อยแล้วก็เดินต่อ พอเจอชาร์มได้แป๊บนึง มันก็บอกว่าอยากบูมลีดตลก...ก็แบบ...เอางั้นเลยเหรอน้อง อันตัวเราเองก็ไม่พร้อมเพราะปวดหลังอยู่ด้วย แต่ก็ได้วะ...เลยโทรตามน้องพีทกันอีกคน(จิงๆ อยากตามมามากกว่านี้ แต่ว่าส่วนนึงอยู่ในหอประชุมอะ) แล้วก็บูมลีดตลกกัน เป็นการบูมลีดตลกที่มีจำนวนคนน้อยที่สุด แต่ก็มีคนให้ความสนใจมากที่สุดเหมือนกัน 555 คือบูมเสร็จเนี่ย...หน้าแดงไปตามๆกัน ไม่ใช่เพราะบูม แต่เป็นเพราะเขิน อิอิ
 
คนต่อมาที่เจอก็คือ แคท หนุ่มสถาปัตย์ที่เจอกันโดยบังเอิญ...ขอย้ำว่าบังเอิญ เพราะเบอร์มันก็ไม่มี คุยก็ไม่ได้คุยกันมาหลายปีแล้ว แต่ดันยืนถ่ายรูปอยู่ห่างกันไปไม่ถึงสองเมตร ก็เลยทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็เดินไปที่สินสาดกับไอ้ต่อ พอไปถึงตึกคณะ ก็หาที่เหมาะๆ นั่งพักกัน โชคดีที่เค้าเปิดห้องและเปิดแอร์ไว้อีกต่างหาก(ตรง S&P เก่า) ก็นั่งกันอยู่พักนึงแล้วก็โดนเค้าถีบออกมาจากห้อง เนื่องจากว่าเค้าจะปิดห้องแล้ว(ยกแอร์ก็บอกมาเหอะ อิอิ) ก็เลยไปนั่งกันที่พื้นแทน เพราะเก้าอี้มันเต็มหมด หลังจากนั้นก็เจอน้องขวัญกับพี่ชายเค้า คือพี่ชายเค้ามาเป็นตากล้องให้น้องปุ้ม(ฟรีด้วยคับพี่น้อง) ก็เลยนั่งอยู่ด้วยกันพักใหญ่ รอสินสาดออกจากหอประชุมว่างั้น ส่วนต่อก็ไปรับใครคนหนึ่ง ก็กว่าจะได้มาเจอกันอีกทีก็บ่ายโมงกว่าได้อะ
 
หลังจากนั้นพี่จ๋าก็ตามมาสมทบ(เนื่องจากภารกิจช่วงเช้าพี่เค้าเสร็จสิ้น ^_^) แล้วก็อยู่กันเป็นเดอะแก๊งค์บรรพชนแห่งน้ำพุ4 กันสามคน เดินสายไปก็เจอน้องแค่สามคน คือ ปุ้ม บ๊อบบี้ และก็น้องส้ม ซักพักเริ่มเหนื่อย(แก่กันแล้วอะนะ) เลยลากสังขารกลับมาใต้คณะเหมือนเดิม แล้วก็นั่งเม๊าท์กันซะจนลืมไปเลยว่ามางานรับปริญญากัน 555
 
ระหว่างนั่งอยู่ก็เจอน้องโต๊ะอีกหลายคนนะ ทั้งน้องต้อม น้องนัท มิลค์ ฯลฯ ก็ทักทายถ่ายรูปกันไปตามเรื่อง แต่รู้สึกว่ารูปที่ถ่ายกันเองเนี่ยจะเยอะพอๆ กันเลยนะเนี่ย...(ไปดูรูปเอาละกัน) ก็คุยกันขำกันไปตามเรื่อง มีเรื่องเศร้าเซ็งเข้ามาคละเคล้ากันบ้างจากทั้งพี่จ๋าและไอ้ต่อ (ส่วนเรื่องเซ็งของหั่งคือ..ปวดหลัง) ก็คุยกันไปเรื่อยๆ จนคุณน้องสาวโทรมา ประมาณว่าจะกลับแล้ว ก็เลยให้ก้อยมาเจอที่สินสาด แล้วก็กลับไปเอารถกันตอนสี่โมงกว่าได้ ส่วนพี่จ๋าเค้าก็อยู่มหาลัยต่อ(แบบว่าภารกิจเค้ายังไม่เสร็จสิ้นอะ อิอิ)
 
รู้สึกว่าไปงานวันอาทิตย์เนี่ย...จะได้เม๊าท์มากกว่าถ่ายรูป มะค่อยได้คุยกับบัณฑิตเลยนะเนี่ย แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าไม่เจอต่อกับพี่จ๋า เผลอๆ หั่งคงกลับตั้งแต่บ่ายสองแล้วอะ วันพฤหัสที่จะถึงนึ้ ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องที่จะรับปริญญาด้วยละกันนะฮับ พี่อาจจะไปไม่ได้ แต่จะส่งใจไปถ่ายรูปด้วยละกัน อิอิ
 
ไอ้ต่อ...พี่จ๋า ไว้ว่างๆ ไปนั่งเม๊าท์กินข้าวกันดีกว่า เนอะๆ ^_^
28 August

เปิดเทอมอีกรอบแล้วคร๊าบบบ

ในที่สุด ชีวิตแห่งกันเรียนป.โทอันหฤโหดก็ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยวันนี้จะเป็นวันแรกที่ไปเรียนอะ
 
ที่แย่ก็คือ การบ้านที่จะส่งวันพุธกับวันพฤหัส ยังไม่เสร็จเลย(และของวันพุธ...ยังไม่ได้ทำอะ) ก็คาดว่าสองสามวันนี้คงจะหัวโตน่าดู 555
 
แต่ส่วนที่ดีก็คือ จะได้กลับไปดึงความรู้ที่ทิ้งไว้ในกรุไปหนึ่งเดือนกลับมาเสียที ถ้าขืนปิดไปนานกว่านี้เนี่ย...อาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าเรียนป.โทอยู่อะ อิอิ 
 
สำหรับน้องๆ ทุกคนที่เปิดเรียนแล้ว ก็ตั้งใจเรียนกันนะครับ เดี๋ยวก็จะสอบกันแล้วอะ
 
สำหรับเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่เรียนป.โทด้วยกัน อืมม..ช่วงสอบมาติวให้ด้วยนะคร๊าบบบบบ ^_^
26 August

บายเนียร์น้ำพุ4

เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งวันรวมพลคนน้ำพุ4 โดยงานครั้งนี้จัดกันที่ Sunset Street ข้าวสาร(เป็นครั้งแรกที่จัดที่ข้าวสารนะเนี่ย) บรรยากาศโอเคมักๆอะ เป็นอีกวันนึงที่หอบเอาความสุขกลับบ้าน(ถึงแม้ว่าจะโดนบ่นว่ากลับดึกตอนถึงบ้านแล้วก็เหอะ อิอิ)
 
หั่งก็ไปถึงงานตอนหกโมงกว่าๆ ก็เจอน้องๆรุ่น 47 (ปี4) มารอกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยจะชินตานัก เพราะปกติทุกปีจะมีตัวตายตัวแทนมาสองสามคนก่อน แต่รุ่นนี้มากันครบ ^_^ เยี่ยมมากน้องเอ๋ย
 
บายเนียร์ปีนี้มีอะไรหลายๆอย่างที่แปลกไป เริ่มจากสถานที่ก็แหวกแนวสุดๆ เพราะปกติโต๊ะเราจะจัดกันที่โรงแรมหรือไม่ก็ร้านอาหารทั่วไป แต่งานนี้เล่นกันที่ข้าวสารเลย ใครจะไปเที่ยวต่อก็สบายคับ เพราะอยู่ในแหล่งอยู่แล้ว อิอิ ต่อมาก็คือ ปีนี้เป็นปีแรกที่พี่ๆ รุ่น 43 ไม่มีใครมากันเลย(แปลกใจมาก) ปกติพี่ๆ ไม่เคยพลาด แต่ก็รู้แค่บางคนว่ามาไม่ได้ ส่วนอีกหลายๆคนก็ยังไม่ได้คุยอะ นอกจากนี้โดยรวมแล้ว คนมากันน้อยมากมาย น้อยกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมาซะอีก (แอบสงสารน้องปี4 แต่ไม่เป็นไร พี่ว่างานก็ออกมาโอเคนะ ^_^) คือ
รุ่น 44  มีหั่งกับต่อ
45 มีแอ๋ม มิลค์ ตอง หญิง
46 มากันครบ(เนื่องจากเป็นปีบัณฑิต) ขาดก็แต่บ๊อบบี้ ส้ม และโอ๊ต เนื่องจากติดธุระจริงๆ 
47 มากันก็เกือบครบอะ
48 มาคนเดียว คือน้องโอ๋
49 ตั๊บ ปิ๋ม จั๊ด เหลียง กวาง และอาราเล่
50 ไม่มีมาเลยซักคน
 
มานั่งๆ นับดูแล้วก็น้อยจนน่าใจหาย คือปกติงานบายเนียร์โต๊ะเราเนี่ย มีแต่เหตุการณ์ประมาณว่า โต๊ะไม่พอนั่ง อาหารไม่พอกิน แต่งานนี้ก็เลยนั่งกันแบบสบายๆ และก็ไม่ได้เล่นเกมอะไรมากนัก(เพราะคนมานมาน้อยจัด) ก็มีพิธีรีตรองกันนิดหน่อยตามประสา เรียกน้ำตากันเล็กน้อย และก็เปิดเพลงกันต่อไป
 
ตอนนั่งอยู่ในงานก็เกิดความรู้สึกที่มันขัดๆกันในตัว คือใจนึงก็แฮปปี้นะ ได้มาอยู่ในสังคมที่อบอุ่น แต่ก็รู้สึกว่าอะไรมันเปลี่ยนไปบ้าง คือภาพความใกล้ชิดของคนในโต๊ะมันน้อยลง(หรือเปล่า) คือหั่งเข้าใจว่าคนเราไม่ว่างกันได้ แต่ว่าไม่มีทางหรอกที่คนประมาณสามสิบกว่าคนจะไม่ว่างเอาในวันเวลาเดียวกันได้ ก็รู้สึกเสียใจแทนน้องบัณฑิตนิดหน่อย และก็เสียใจแทนน้องปีสี่ที่พยายามจัดงานในครั้งนี้ด้วย จิงๆ แล้วมันก็อกเขาอกเรา หากในวันที่เค้าจัดงานนี้ให้คุณบ้าง แล้วคนที่อยู่ในโต๊ะเดียวกันไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณทำ ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีความหมายสำหรับคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร พี่(ขอพูดในฐานะพึ่ เพราะคนที่อยากจะพูดถึงเป็นน้องอะนะ) อยากให้น้องๆ คิดถึงความรู้สึกของคนในสังคมเดียวกันให้มากกว่านี้ คือแบบ พูดตรงๆ เสียความรู้สึกกับน้องๆ เหมือนกันนะ
 
ปีสาม...ถึงพวกเอ็งจะไม่ชอบพวกพี่(โดยเฉพาะพี่) แต่งานครั้งนี้เป็นของรุ่นบัณฑิต และปีสี่ แล้วไหนละคำพูดที่เคยบอกว่าจะทำให้โต๊ะเรารักกันให้ได้
ปีสอง...ถ้ารับน้องที่ผ่านมา พวกพี่ๆ ไปกันชั้นปีละสองสามคน น้องจะรู่สึกอย่างไรครับ
ปีหนึ่ง...ในงานที่พวกพี่ๆ จัดให้น้อง(รับน้องนั่นแหละ) พี่ๆ ยังให้ความสำคัญและไปร่วมงานของน้อง ทั้งๆ ที่รู้ว่าไปแล้วต้องเป็นตัวประกอบ(ขอพูดในฐานะพี่ทุกคน เพราะพี่เองเป็นคนนึงที่ไม่ได้ไปเพราะติดสอบ) และเมื่อถึงงานที่มีความหมายสำหรับรุ่นพี่ ทำไมน้องถึงไม่เห็นความสำคัญของมันบ้างละครับ
 
ก็อยากฝากให้น้องๆคิด แต่ก็นะ คงมีน้องไม่กึ่คนที่เข้ามาอ่าน แต่ถ้าใครเข้ามาอ่าน ก็ฝากถ่ายทอดให้น้องๆ คนอื่นด้วยแล้วกันนะครับ พี่ไม่อยากไปโพสต์ในบอร์ด เพราะเดี๋ยวกลัวว่ามันจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงและทะเลาะกันเสียเปล่าๆ แต่สำหรับคนที่มีธุระ ก็ถือว่าพี่ไม่ได้พาดพิงถึงนะครับ เพราะทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง ย่อมมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จิงมั๊ยคับ ^_^
 
ยังไงก็แล้วแต่ ก็ขอบใจน้องๆ ปี4 ทุกคนนะคับ ที่ทุ่มเทให้กับงานนี้มากมาย ถึงแม้จะงบจะจำกัด คนจะมาน้อย แต่พี่ก็ประทับใจกับการได้ไปงานบายเนียร์ในครั้งนี้(แอบเก็บของที่ระลึกมาตั้งสามอันแหละ อิอิ) บรรยากาศภายในโต๊ะเราก็ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม การที่คนมาน้อย ไม่ได้หมายความว่าสายใยในโต๊ะเรามันน้อยลงตามไปด้วย เพราะหลายๆ คนที่มา ก็มากันด้วยใจ ขนาดบางคนที่ไม่ว่าง ก็ยังเจียดหาเวลามากันได้ งานนี้ขอยกให้น้องต๊อปเป็นนางเอกเลย เพราะว่าเป็นคนที่มีโอกาสมาได้น้อยที่สุด แต่เธอก็มาได้ คือต๊อปทำงานอยู่ดูไบ พอรู้ข่าวก็รีบเลื่อนตั๋วกลับมาให้ทันวันบายเนียร์ แบบว่าใจมากๆอะ
 
ยังไงพี่ก็ยังคิดว่า โต๊ะเราก็ยังคงเป็นสถานที่ที่ดีและอบอุ่นเหมือนเดิมเสมอ ถึงแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปซักแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายนี้ก็ขออวยพรให้น้องๆ บัณฑิตปีนี้ ได้งานที่ตัวเองรัก มีความสุขกับการทำงาน และเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานกันทุกคนนะครับ ^_^
 
 
ป.ล. ใครมีรูปก็เอามาโพสต์ลงบอร์ดให้ด้วยนะคับ พี่ไม่ได้เอากล้องไปเลยไม่มีรูปเลยอะ
21 August

เริ่มต้นการออกกำลังกาย

หลังจากที่ห่างหายไปนาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ม๊าหั่งเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบ (ซึ่งเป็นผลพวงจากเบาหวานและโคเลสเตอรอลนั่นเอง) ตอนแรกก็อาการหนักเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว เหลือแต่การทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูการสั่งการของสมองบางส่วน(เนื่องจากตอนเส้นเลือดตีบ ทำให้สมองบางส่วนขาดออกซิเจน) อย่าเพิ่งคิดไปไกลคับ คือมือซ้ายจะใช้ไม่ค่อยสะดวกตอนนี้ ก็เลยต้องทำกายภาพบำบัด(ซึ่งทำเองทึ่บ้านได้) ติดต่อกันไปจนกว่าจะหายดีอะ
 
ตอนที่อยู่โรงบาล ก็ได้เกิดเมกะโปรเจคขึ้น คือจะมีการเริ่มต้นการออกกำลังกายตอนเช้ากัน หลักๆ ก็เพราะม๊าหั่งต้องลดน้ำหนัก และเสริมความแข็งแรงเพื่อช่วยจัดการกับปัญหาเรื่องเบาหวานได้ส่วนหนึ่ง (ซึ่งทำควบคู่ไปกับการควบคุมการรับประทานอาหาร) และวันแรกที่ทำการเริ่มต้นเมกะโปรเจคนี้ก็คือ เช้านี้นี่เอง... ก็ตื่นกันตอนหกโมงเช้า และลงมาเดินและวิ่ง(ตามความแข็งแรงของแต่ละคน) พอหอมปากหอมคอ ก็ใช้สนามตรงหน้าคอนโดบ้านหั่งอะแหละ(ต่อกะปูคงรู้ว่าสนามมันใหญ่มากก...เอาเป็นว่า เค้าใช้ไดร์ฟกอล์ฟกันอะ) โดยที่ป๊าม๊าเดินกันไปคนละหนึ่งรอบ เจ๊ยู้กับก้อยวิ่งๆ เดินๆ กันไปสองรอบ ส่วนหั่งก็สามรอบ(วิ่งๆเดินๆ เหมือนกัน แบบว่าเหนื่อยมักๆ) หลังจากนั้นก็ขึ้นมากินข้าวเช้ากัน(เป็นการกินข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตาครั้งแรกในรอบ...สิบกว่าปี ToT) และก็แยกย้ายกันมาทำงาน
 
เพิ่งรู้ว่าการได้ออกกำลังกายตอนเช้าในที่อากาศดีๆ เนี่ย มันก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ(ไม่ดีอย่างเดียวตรงที่เหนื่อยจัดเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังเนี่ยแหละ อิอิ) แบบว่าอากาศที่นี่ดีกว่าที่ธรรมศาสตร์รังสิตตอนที่เคยไปวิ่งกับต่อ(อยู่สองวัน)อีกอะ แบบว่าเหนื่อยแต่ก็สดชื่น ^_^
 
ที่เหลือก็แค่...ภาวนาว่าอย่าให้วันนี้ง่วงตอนทำงานเลย...สาธุ 0_o
 
 
 
อ่อ ลืมบอกไป ตอนอยู่โรงบาลเจอติ๊ก กัญญารัตน์ด้วยแหละ เค้าไปเยี่ยมไข้ญาติเค้าที่นอนอยู่ชั้นเดียวกัน ตัวจริงสวยมากๆ ครับพี่น้องงงง... 
8 August

งานบายเนียร์(ที่กำลังจะมาถึง)

 วันที่ 25 ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันรวมญาติน้ำพุ4 อีกวันหนึ่ง เนื่องจากจะเป็นวันที่มีการเลี้ยงส่งน้องๆ รหัส 46 ที่เรียนจบกันออกไปนั่นเอง งานก็จะจัดที่ร้าน Sunset ถนนข้าวสาร(งานนี้พวกที่ไปต่อคงเปรมกันหลายคน เพราะไม่ต้องเสียค่ารถกัน อิอิ) ซึ่งตอนนี้หั่งยังไม่รู้เลยว่าร้านอยู่ไหน ใครรู้ช่วยบอกด้วยยย อ่อ concept งานนี้คือ Nerd Night นะฮับ
 
พอคิดถึงว่าน้องๆ กลุ่มนี้กำลังจะจบออกไป ก็ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่เคยได้อยู่ด้วยกัน ยังจำภาพน้องๆ ตอนอยู่ปี1 ได้อยู่เลย จำได้ว่าเป็นชั้นปีที่แรงมากๆ เล่นเอาหนักใจมากมายว่าจะเอาน้องกลุ่มนี้อยู่หรือเปล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป ได้เห็นการเติบโตของน้องๆ จากที่เคยเป็นเด็กที่ไม่ค่อยฟังใคร โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล เป็นพี่ที่วางตัวได้เหมาะสม และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้โต๊ะมากมาย ตอนนี้น้องๆ ก็ก้าวไปสู่สังคมใหม่ สังคมแห่งการทำงาน ก็หวังว่าสิ่งที่น้องๆ ให้และรับจากโต๊ะนี้ จะช่วยนำพาให้น้องสามารถทำงานกันได้อย่างมีความสุขนะคับ
 
ก็อยากฝากอะไรให้น้องๆ รุ่นนี้ซะหน่อย
 
น้องบ๊อบบี้ บ๊อบบี้เป็นน้องรุ่นนี้ที่พี่สนิทที่สุดเลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะไม่เคยได้ไปรับน้อง แต่ว่าก็ไม่เคยห่างหายไปจากโต๊ะเลย และจากวันแรกที่รู้จักกัน พี่ว่าบ๊อบบี้มีความคิดที่เติบโตขึ้นมากๆ อย่างกะคนละคนกับตอนอยู่ปีหนึ่งเลย แต่เวลามีเรื่องอะไรก็อย่าเก็บไว้คนเดียว พูดกับคนรอบข้างเยอะๆ จะได้สบายใจนะจ๊ะ ^_^
 
น้องปุ้ม อืมม...พี่ยังจำประโยคเด็ดสมัยตอนปุ้มอยู่ปี1 ได้อยู่เลยนะ(แต่จ้ำคงจำได้แม่นกว่าพี่ อิอิ) ปุ้มก็เป็นอีกคนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมากมาย จากที่เคยเป็นคนเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ตอนนี้กลายเป็นสาวเปรี้ยวไปซะแล้ว ^_^
 
น้องกี้ จำได้ว่าช่วงแรกๆ ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ กว่าจะได้มาคุยกันเป็นจิงเป็นจังก็ตอนกี้อยู่ปีสองได้แล้วมั๊ง กี้เป็นคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ และมักมีอะไรให้พี่ประหลาดใจอยู่เสมอ(ในด้านดีนะจ๊ะ) อ่อ...มีแต่คนบอกว่ากี้สวยขึ้นอะ ขอเคล็ดลับหน่อยจิ จะเอาไปบอกน้องสาวพี่บ้าง อิอิ
 
น้องหมิง ขวัญใจตลอดกาลของโต๊ะน้ำพุ4 ของเรา หมิงเป็นคนที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้เสมอ แต่เวลามีอะไรในใจ ก็อย่าเก็บไว้นะจ๊ะ บอกคนอื่นเสียบ้าง เดี๋ยวจะอกแตกตายไปซะก่อน(พี่ว่างานบายเนียร์ หมิงก็คงไม่รอดจากการโชว์ท่าประจำตัวอีกแน่เลยอะ อิอิ)
 
น้องต๊อป สาวสวยประจำโต๊ะของเรา รู้สึกว่าช่วงหลังๆ มานี้จะมีมรสุมชีวิตเยอะจังเลยเนอะ แต่ก็คิดซะว่า ชีวิตคนเรามีความสมดุลเสมอ เจอเรื่องร้ายๆ ตอนนี้ แสดงว่าต่อไปเราจะเจอเรื่องดีๆ มีชดเชยนะจ๊ะ
 
น้องต้อม รู้สึกการจู่โจมใจของน้องต้อมจะทำให้สาวๆ หลายคนในโต๊ะ เก็บไปฝันกันนะ ยังไงก็เพลาๆ บ้างเด้อ
 
น้องโอ๊ต ระวังไว้นะ ตอนนี้เรทติ้งเริ่มตกเพราะโดนน้องต้อมแซงไปซะแล้ว อิอิ
 
น้องนัน เป็นน้องสายเทคพี่เอง แต่รู้สึกว่าจะไม่ค่อยได้เทคซะเท่าไหร่อะนะ แหะ แหะ นันเป็นคนที่ปรับตัวเก่ง เข้าหาคนได้เร็ว พี่ว่าตรงนี้หากเอาไปใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ก้าวหน้าในการงานได้อย่างรวดเร็วนะจ๊ะ
 
น้องบัว น้องในสายเทคที่ตามมาทีหลัง(จากการยุบสายเอาเอง) หลังๆ นี้มะค่อยได้คุยกันแล้วอะ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ถ้ามีอะไรก็โทรมาปรึกษาพี่ได้เสมอนะจ๊ะ (กลับกัน พี่อาจโทรไปปรึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับเอกจิตบ้างเน้อ จำมะค่อยได้แล้ว ^_^)
 
น้องส้ม บายเนียร์ครั้งนี้มะให้เบี้ยวแล้วนะจ๊ะ พี่มั่นใจว่าน้องส้มกลับมาสวยเหมือนเดิมแล้วแหละ เนอะๆ จิงๆ น้องส้มเนี่ย เป็นคนที่พี่ได้คุยด้วยเยอะมักๆ อะ อาจเป็นเพราะมีอาการ MSN Syndrome อยู่ช่วงนึงเหมือนกันมั๊ง อิอิ
 
น้องอ้วน อืมม...มะรู้จะพูดอะไรด้วยเลยเนี่ย แบบว่าทำอะไรมาด้วยกันเยอะไปหมด ทั้งงานคณะ งานโต๊ะ ลีดตลก ฯลฯ พี่ว่าสิ่งที่อยากพูดกับน้องอ้วนก็คงได้พูดกันไปเยอะแล้ว ก็อยากบอกว่าน้องอ้วนเป็นคนที่ทำงานได้ดีนะ ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายในเรื่องอะไรก็ตาม และพี่ก็คิดว่าสิ่งนี้ก็คงจะช่วยให้น้องอ้วนประสบความสำเร็จในการทำงานนะจ๊ะ ^_^
 
 
สุดท้ายก็ขออวยพรให้น้องๆ ทุกคนที่จบไปแล้ว ได้งานที่ตัวเองต้องการ เจอเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่ดี มีความสุขและก้าวหน้าในหน้าที่การงานนะจ๊ะ
 
 
3 August

งานแต่งพี่บุ๋ม

หลังจากห่างหายไปซะนาน(คือแบบช่วงนี้มันยุ่งอะ) ตอนนี้ก็เลยเพิ่งจะได้มาอัฟสเปซอะ
 
เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมาหั่งไปงานแต่งงานของพี่บุ๋ม น้ำพุ4 ของเรามาแหละ ก็เป็นพี่คนที่สองของโต๊ะที่เป็นฝั่งเป็นฝาไปเรียบร้อยแล้ว (คนแรกพี่เปิ้ล แต่เล่นแต่งงานกันถึงต่างประเทศ เลยมะได้ไปแจม) งานนี้แอบทรหดนิดนึง คือเนื่องจากมันเป็นเย็นวันศุกร์ ทำให้เสียเวลากับการเดินทางไปถึงชั่วโมงครึ่ง(จิงๆ ถ้ารถไม่ติด ก็วิ่งแค่ 15 นาทีเองอะ) กว่าจะไปถึงตึกช้างได้ พอไปถึงก็ปรากฎว่าคนทั้งโต๊ะยังไม่มีใครไปถึง เนื่องจากเจอรถติดเหมือนกัน โดยงานนี้จะมีแต่รุ่นแก่ๆ ของโต๊ะไปกันทั้งนั้น คือรุ่นหั่งมีแค่หั่งกะแก้ว นอกนั้นก็มีพี่จ๋า พี่บิ๋ม พี่รี พี่แนน พี่จ๋าจ้า พี่เจี๊ยบ พี่หว้า พี่ฝน และพี่เก๋ สาเหตุก็เพราะพี่บุ๋มเค้ามีโต๊ะไม่พอ เลยทำให้ชวนน้องๆรุ่นเด็กกว่านี้ไปไม่ไหวอะ
 
ตลอดงานก็มีแต่ความสนุกสนานเฮฮา ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับงานแต่งอะ แบบว่าเป็นการเม๊าท์กันซะมาก เพราะไม่ได้เจอพร้อมหน้ากันมานาน งานนี้เลยเหมือนงานรวมรุ่นพวกพี่เค้า ก็นั่งเม๊าท์นั่งฮากันจนเริ่มเกรงใจโต๊ะข้างๆ เพราะชาวบ้านเค้ามากันเงียบๆ สำรวมกัน(ซึ่งสองสิ่งนี้มะมีในโต๊ะเรา อิอิ)
 
งานคืนนั้นไม่ค่อยได้คุยกับพึ่บุ๋มซักเท่าไหร่ เพราะว่าเป็นงานที่ใหญ่และมีแขกผู้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ ทำให้พี่บุ๋มเค้ามัวแต่รับแขกกันจนไม่ได้ทักทายกันเลย ทำเอาหลายคนแอบน้อยใจ แต่ก็ต้องเข้าใจแหละ เพราะวันนั้นพี่เค้าเป็นนางเอก แต่พวกเราเป็นแค่ตัวประกอบอะ อิอิ และตอนพี่สาวหั่งแต่งงานก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน ก็เลยเข้าใจพี่เค้าอะนะ ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็มะมีใครกลับบ้านก่อน เพราะอยากคุยและแสดงความยินดีกับพี่บุ๋มกัน ก็เลยรอกันจนงานเลิก ประมาณว่าเค้ากลับกันไปหมดงานแล้ว เหลือแค่ญาติสนิทๆ และพวกเรา(ซึ่งมะเกี่ยว 555) ก็เลยเพิ่งได้คุยกะพี่บุ๋มกันก็ตอนนั้นเอง ก็ดูสนุกสนานและวุ่นวายกันตามประสาโต๊ะเรา แถมยังมีการคะยั้นคะยอเจ้าสาวให้โยนช่อดอกไม้อีกต่างหาก แม่พี่บุ๋มเลยไปหาดอกไม้มาให้ แล้วก็โยนกัน ซึ่งคนที่ได้คือแก้วกับพี่แนน(จับได้พร้อมกัน) แต่สุดท้ายแก้วก็ยื้อแย่งจนกลายมาเป็นของตัวเองได้สำเร็จ ทำให้ผู้ที่จะแต่งงานเป็นคนต่อไปของโต๊ะเราก็คือ แก้วนั่นเองคับ(แล้วจะได้แต่งกันเมื่อไหร่อะเนี่ย อิอิ) แก้วก็คงสมหวังแหละ เพราะพูดเรื่องช่อดอกไม้ตั้งแต่ต้นงาน และก็ได้จิงๆ 555
 
 
 
อ่อ งานนี้ได้ถ่ายรูปคู่กับพี่จ๋าชดเชยตอนรับน้องที่ไม่ได้ถ่ายด้วยแล้ว แต่อืมม...สงสัยถ่ายมากไปหน่อยป่าวอะพี่ เดี๋ยวจะทำให้หนุ่มบางคนแอบหึงเอาได้นา..^_^
 
ยังไงก็เจอกันงานหน้าตอนบายเนียร์นะคับพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ น้ำพุ4 ทุกคน ยังไงจะพยายามลากพี่บุ๋มไปด้วยละกัน เพราะหลายคนคงอยากแสดงความยินดีกับพี่เค้าด้วยอะ ^_^
17 July

ใกล้จะหยุดเรียนแล้วคับพี่น้อง

อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของการเรียนป.โทช่วงแรกแล้วนะขอรับ แต่ก็ยังไม่เรียกว่าปิดเทอมได้ซะทีเดียวอะนะ เพราะว่าเดี๋ยวก็กลับมาเรียนของเทอมแรกต่ออีกหน่อย แล้วก็สอบ และถึงจะปิดจิงอะ แต่ก็นะ อย่างน้อยก็ได้พักผ่อนเป็นครั้งแรกหลังจากตรากตรำมาเป็นเวลาหลายเดือน
 
แต่ก็ยังคิดอยู่เลยนะ ว่าช่วงที่หยุดไปเนี่ย...จะไปทำอะไร เพราะว่า ปกติแล้วเลิกงานก็มาเรียน เรียนเสร็จก็ทำรายงาน ทำรายงานเสร็จก็กลับบ้านนอน (ถ้าไม่นอนก็บ้าแล้ว เพราะถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน) ขนาดว่าบางทีทำงานเสร็จก่อนสี่ทุ่มเนี่ย ก็ยังกลับบ้านด้วยความรู้สึกงงๆ แบบเวลาเหลือ กลับไปบ้านก็ไม่รู้จะไปทำอะไร(จิงๆ ควรอ่านหนังสือ แต่มะอยากอ่านอะ) ก็ปล่อยเวลาผ่านไปจนถึงช่วงนอนปกติ และถ้าเป็นช่วงปิดหนึ่งเดือนนี้ก็จะว่างตั้งแต่เย็น ก็คงแปลกๆ ดีเหมือนกันอะนะ ยกเว้นถ้ามีเรื่องงานที่บ้านเข้ามา นั่นก็อาจจะกลายเป็นยุ่งกว่าเดิมก็ได้ อิอิ แต่ตอนนี้การเรียนป.โทก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของหั่งไปเสียแล้วอะ สงสัยคงต้องปรับตัวกับกิจวัตรในช่วงเดือนสิงหานี้ซะใหม่นะเนี่ย....
 
ตอนนี้นอกจากเรื่องเรียนก็ตั้งตารองานแต่งงานของพี่บุ๋มน้ำพุ4 เนี่ยแหละ จะจัดตอนปลายเดือนนี้แล้ว ใครมีโอกาสก็อวยพรพี่เค้าด้วยละกันนะฮับ พี่เค้าไม่สามารถชวนไปหมดได้ เพราะว่าที่นั่งมันมีจำกัด สุดท้ายเลยชวนไปกันแต่รุ่นแก่ๆ อะนะ(น้องๆ อย่าเสียใจนะฮับ เดี๋ยวบายเนียร์ก็เจอกัน^_^) แถมงานนี้ยังมี surprise เล็กๆ ให้พี่บุ๋มด้วย(กล้าเขียนไว้ก่อนเพราะรู้ว่ายังไงพี่บุ๋มก็มะเข้ามาอ่าน อิอิ) คือวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ไปเจอพี่ทรายด้วยความบังเอิญ(พี่ทรายเป็นแกนโต๊ะรหัส 42) ซึ่งพี่เค้าสนิทกับพวกพี่ๆรหัส 43 มาก แต่ติดต่อไม่ได้เนื่องจากพี่เค้าเปลี่ยนเบอร์ไปอะ งานนี้เลยชวนไปเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าพี่เค้าไปได้ป่าวอะนะ ถ้าไปได้ก็คงจะดีเหมือนกันอะนะ
 
หลังจากแอบมาอัฟสเปซได้ซักพักนึง ตอนนี้ก็ขอตัวกลับไปทำงานป.โทก่อนนะฮับ แล้วไว้มีเวลาจะมาอัฟต่อนะขอรับ ^_^
9 July

พฤหัสนี้โดดเรียนคร๊าบบบพี่น้อง

แบบว่าวันพฤหัสนี้หั่งจะไปงานรับปริญญาของคุณน้องสาวคนสุดท้องของบ้าน ก้อยจะรับปริญญาวันที่ 12 นี้แล้วแหละ และกะว่าตอนเย็นจะไปเลี้ยงฉลองกานน(ที่ไหนก็มะรู้อะ) เลยเป็นเหตุให้ต้องโดดเรียนไปโดยปริยายคับ แต่จิงๆ ใจนึงก็ไม่อยากโดดอะนะ เพราะว่าอ.เค้าจะมีให้งานทุกครั้งเลย และก็คนที่ไม่มาก็จะไม่ได้คะแนน...แต่ว่านะ เลือกระหว่างคะแนนกับน้องสาว มันก็ต้องเลือกน้องสาวใช่มะ เพราะวั้นนั้นต้องเป็นวันของเค้าอะ พอก้อยจะรับปริญญาก็ทำให้คิดถึงตอนสมัยหั่งรับปริญญาเลยแหละ เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ วันนั้นถึงอากาศจะอบอ้าวแค่ไหน แต่หั่งก็มะได้รู้สึกร้อนเลย(สงสัยมัวแต่ดีจายย....อิอิ) งานนี้กะว่าจะไปเป็นดาราหน้ากล้องแย่งกับคนรับปริญญากันเลยทีเดียว อิอิ
 
 
สำหรับชีวิตช่วงนี้ ก็ดีขึ้นกว่าอาทิตย์สุดโหดหน่อยนึงคับพี่น้อง เนื่องจากงานที่เข้ามามากมายมหาศาลนั้นได้เสร็จสิ้นหมดแล้ว งานใหม่ก็ไม่หนักหนาเท่างานที่ทำเสร็จไปแล้วอะนะ แต่ก็ยังวางใจอะไรไม่ได้เท่าไหร่ เพราะไม่เคยว่างเกินอาทิตย์นึงเลยเนี่ย...ตอนนี้ก็มีการบ้าน econ อยู่ แต่ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ คาดว่าวันนี้คงเสร็จ และตอนเย็นอาจจะแอบดอดไปซื้อของขวัญรับปริญญาให้ก้อยด้วยเนี่ย...
 
 
เออ..เมื่อวานไปเรียน เจอพี่จ๋าด้วยแหละ แอบแวะมาธรรมศาสตร์ และใช้หั่งให้เป็นประโยชน์โดยการให้ช่วยทำแบบสอบถามซะด้วย เห็นเค้าว่ามาดูคอนเสิร์ตนิติพงษ์ หอนาคอะ เวลาเจอกันทีไรเนี่ย ทำให้อยากเจอทุกคนในโต๊ะทุกทีเลย เป็นบรรยากาศที่คิดถึงมากๆ เลยอะ เมื่อไหร่จะจัดบายเนียร์อะคับน้องๆ จะได้เจอกันซะที....
 

Windows Media Player